ลองอ่านดูครับ ประดักประเดิดอย่างไรบ้าง

ลองอ่านดูครับ ประดักประเดิดอย่างไรบ้าง

กระไอลมร้อนราวจะแผดเผาทุกอย่างให้หลอมละลาย พาให้ใจคนร้อนผ่าวไปด้วยกับความร้อนระอุนั้นเริ่มลดลงเมื่ออาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า ลมพรูเข้ามาทางช่องหน้าต่างปะทะใบหน้าที่กำลังชะเง้อชมความงามของแสงสีแห่งนภางค์ยามอัสดง หมู่เมฆประปรายแต่งแต้มสีสด ส้ม แดง ชมพู ม่วง ฟ้าคราม น้ำเงิน ราวกับจิตรกรฝีมือเอกตวัดป้ายพู่กันลงบนผืนผ้าใบผืนใหญ่  เมฆบางกลุ่มจินตภาพเห็นเป็นนก กระต่าย ปราสาทอันไพจิตรอร่ามเรืองรอง ต่างๆ นานา ไกลโพ้นออกไปเลือนลางเป็นแนวทิวเทือกเขา สลับกับเงาตะคุ่มของไม้ไพรเป็นระยะๆ ครั้นแล้วบนฟากฟ้าผ่านไปด้วยฝูงสกุณาจับหมู่โผผินกลับรังไกลห่างหายไปลิบๆ

.... แล้วอาทิตย์ก็ลาลับลง ลำแสงสาดสุดท้ายกระจ่างขึ้นเป็นชั่วครู่ ทิวทัศน์ไกลๆโน้นลางเลือนเเห็นป็นเงาทึมตะคุ่ม ....

เสียงล้อเหล็กกระทบรางกึงกัง กระชากโยกเป็นจังหวะ แล้วก็แผดหวูดยาวเป็นสัญญาณเมื่อกำลังจะเข้าสู่ช่วงสะพานเหล็กข้ามลำห้วย ตลอดริมทางรางอันเป็นฉากหน้าของภูมิทัศน์ นอกจากเป็นพุ่มไม้ ป่าละเมาะบ้าง ไม้ใหญ่บ้าง ซึ่งมีลักษณะราวกับมีขาโกยวิ่งสวนกับขบวนโบกี้อย่างรวดเร็ว จนมองแทบไม่ทัน บางครั้งผ่านหมู่บ้านเล็กหมู่บ้านน้อย บ้างเป็นเรือนหลังเดี่ยวอยู่โดดในอ้อมกอดของหมู่พรรณไม้รกเรื้อ  บ้างเป็นกระท่อมปลายนาอยู่ตามลำพัง ใกล้กันนั้นคือลอมฟาง มีคันโพง ยอยกอวดทรงอยู่ริมหนองน้ำ ลำประโดง  นานๆ เห็นเจ้าทุยยืนนิ่งอยู่ในคอก ใกล้กันเป็นกองไฟสุมไล่ยุงให้เจ้าทุยเพื่อนยากในเงาซึ่งเริ่มสลัวนั้น ยังพินิจเห็นได้ว่าบางบ้านเป็นแสงไฟจากหลอดไฟสว่างจนเห็นภายในผ่านช่องประตูหน้าต่าง  บางเรือนมีแสงวับแวมๆ สีเหลืองส้มจากตะเกียง

ภาพที่เห็นเบื้องหน้าเหล่านั้นและอากาศที่ค่อยๆ เย็นลงยิ่งกลับทำให้เกิดความรู้สึกเหงา .....

ในความเหงานั้น คิดถึงบ้านที่จากมาอยู่ข้างหลัง ในช่วงเวลานี้ ยามนี้ พ่อ แม่ พี่น้อง คงกำลังนั่งร่วมวงกินข้าว พูดคุยกันอย่างมีความสุข เหมือนกับบ้านเรือนระรายทางที่มีแสงไฟและควันจากท้ายเรือนอ้อยอิ่งจับกลุ่มลอยขึ้นออกไปนอกเหนือหลังคา ซึ่งน่าจะเป็นควันไฟจากแม่ครัวกำลังหุงข้าวทำกับข้าวกับปลามื้อเย็นให้กับครอบครัว แต่เขากลับมาอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผู้เดียวตามลำพัง บนโบกี้รถไฟซึ่งห่างไกลจากครอบครัวร่วมพันกิโลเมตร

ความเหงาเกาะกุมหัวใจจนสะท้าน ....

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    3

30 ความคิดเห็น

 
มังกรดำ

อ่านแล้ว ทำให้คนอ่านมโนตาม เห็นเป็นจินตภาพ พอได้หรือไม่ครับ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    5
 
บีเว่อร์

เพราะมากเลยพี่มังกรดำ อ่านแล้วอินอ่ะ 14

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    1
 
มังกรดำ

เคยแต่เขียนเรื่องสั้นๆ คราวนี้ ว่าจะเขียนเรื่องยาวๆ

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    1
 
มังกรดำ

เมื่อความมืดแห่งรัตติกาลปกคลุมไปทั่ว จนไม่อาจเห็นสิ่งใดได้นอกจากเงาทะมึนทึบ และลมกระโชกเย็นมากขึ้นจนรู้สึกเริ่มหนาว เขาเบี่ยงตัวกลับออกมาจากหน้าต่าง เอนหลังพิงพนักที่นั่งในท่ากึ่งนั่งกึ่งทอดตัวเหยียดขายาว แต่พอนึกได้ว่าตรงกันข้ามมีผู้อื่นนั่งอยู่จึงยิ้มให้อีกฝ่ายแบบกระดากเชิงขอโทษ พร้อมกับชักขากลับมานั่งให้สำรวมมากขึ้น

“ขอโทษครับ” เขาเอ่ยปาก

“ไม่เป็นไร เหยียดขาได้ นั่งมานานๆ หลายชั่วโมงอย่างนี้ไม่เมื่อยก็ไม่ใช่แล้ว” 

“ขอบคุณครับ”

แปลกที่ว่า ทั้งสองคนแม้จะเป็นผู้โดยสารซึ่งขึ้นรถไฟมาด้วยกันตั้งแต่สถานีหัวลำโพงตลอดตั้งแต่เช้ามืดจนป่านนี้ แต่มิได้ปริปากสนทนาอันใดกันมากนัก นอกจากกล่าวทักทายกันบ้างสองสามคำ ชายวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้า เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วนอกจากหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาอ่าน ก็จะพิงหลังหลับตาเหมือนจะหลับจริงจังยาวเป็นครึ่งค่อนชั่วโมง ส่วนเขาเองเล่าก็กำลังอยู่ในภวังค์และอารมณ์ซึ่งตกตะกอนด้วยความเหนื่อยอ่อนระโหยและเศร้าโศกเนื่องจากความสูญเสียที่เพิ่งได้รับมาเมื่อสองวันก่อนยังมิได้จางหายหรือลดลงแม้แต่น้อย จึงอยากอยู่แบบเงียบๆ ไม่ต้องการพูดกับใคร ปล่อยให้ใจลอยล่องไปถึงเรื่องราวย้อนหลังในครั้งนั้น.....

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
มังกรดำ

เมื่อความมืดแห่งรัตติกาลปกคลุมไปทั่ว จนไม่อาจเห็นสิ่งใดได้นอกจากเงาทะมึนทึบ และลมกระโชกเย็นมากขึ้นจนรู้สึกเริ่มหนาว เขาเบี่ยงตัวกลับออกมาจากหน้าต่าง เอนหลังพิงพนักที่นั่งในท่ากึ่งนั่งกึ่งทอดตัวเหยียดขายาว แต่พอนึกได้ว่าตรงกันข้ามมีผู้อื่นนั่งอยู่จึงยิ้มให้อีกฝ่ายแบบกระดากเชิงขอโทษ พร้อมกับชักขากลับมานั่งให้สำรวมมากขึ้น

“ขอโทษครับ” เขาเอ่ยปาก

“ไม่เป็นไร เหยียดขาได้ นั่งมานานๆ หลายชั่วโมงอย่างนี้ไม่เมื่อยก็ไม่ใช่แล้ว” 

“ขอบคุณครับ”

แปลกที่ว่า ทั้งสองคนแม้จะเป็นผู้โดยสารซึ่งขึ้นรถไฟมาด้วยกันตั้งแต่สถานีหัวลำโพงตลอดตั้งแต่เช้ามืดจนป่านนี้ แต่มิได้ปริปากสนทนาอันใดกันมากนัก นอกจากกล่าวทักทายกันบ้างสองสามคำ ชายวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้า เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วนอกจากหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาอ่าน ก็จะพิงหลังหลับตาเหมือนจะหลับจริงจังยาวเป็นครึ่งค่อนชั่วโมง ส่วนเขาเองเล่าก็กำลังอยู่ในภวังค์และอารมณ์ซึ่งตกตะกอนด้วยความเหนื่อยอ่อนระโหยและเศร้าโศกเนื่องจากความสูญเสียที่เพิ่งได้รับมาเมื่อสองวันก่อนยังมิได้จางหายหรือลดลงแม้แต่น้อย จึงอยากอยู่แบบเงียบๆ ไม่ต้องการพูดกับใคร ปล่อยให้ใจลอยล่องไปถึงเรื่องราวย้อนหลังในครั้งนั้น.....

“ลงสถานีไหนหรือครับ ?” ชายผู้นั้นเริ่มบทสนทนากลายๆ

“อืม…” เขาพึมพำในลำคอเบาๆ ด้วยตัวเองยังตัดสินใจไม่ได้ นึกไม่ออกว่ากำลังจะไปที่ไหน ตั๋วรถไฟนั้นซื้อเอาไว้สถานีสุดชายแดนปักษ์ใต้ แต่ที่นั่นไม่ใช่เป้าหมายที่ปลงใจไว้ ตลอดรายทางที่ผ่านมาแต่ละสถานีมีบางสถานีที่เขาคิดจะคว้าเป้ใบเดียวที่นำติดตัวมาลงจากขบวนรถ แต่แล้วก็ห้ามตัวเองไว้ ด้วยใจลึกข้างในบอกว่ายังไม่ไกลพอ ต้องไปให้ไกลกว่านี้ ..... ไปให้ไกลที่สุด ..... ไปให้ไกลจากความเจ็บปวด ....

ชายวัยกลางคนเอียงคอมองแบบสงสัยอยู่บ้าง เข้าใจเอาเองว่าคงพูดเบากระทั่งเสียงล้อบดรางรถไฟดังกลบจนเขาไม่ได้ยิน จึงเอ่ยถามซ้ำ “จะไปไหนครับ”

“ไม่รู้.....” เขาเผลอพึมพำออกมาเบาๆ คู่สนทนาหรี่ตามองอย่างสนเท่ห์แล้วก็เงียบไปด้วยรักษามารยาทที่ไม่น่าเซ้าซี้กับผู้ร่วมเดินทางแปลกหน้าซึ่งมิเคยรู้จัก

………………..

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    4
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1
 
มังกรดำ

คุณหมอ (คนอื่นด้วยครับ)

อยากให้ชายหนุ่มคนนี้ ลงที่สถานีอะไรดีครับ ?

ช่วยหาโลเกชั่นให้หน่อย

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    1
 
มังกรดำ

เอาแบบว่า สถานีที่จะลงไปใช้ชีวิตต่อจากที่ผิดหวัง มีโลเกชั่นที่ชวนให้แต่งเรื่องต่อได้มากๆ น่ะครับ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1
 
มังกรดำ

ถ้าเป็นสถานีที่ไม่ห่างจากกรุงเทพ มาก ก็จะต้องเปลี่ยนเวลาในตอนขึ้นขบวรถใหม่

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    3
 
บีเว่อร์

พึ่งเห็นครับพี่มังกรดำ เด๋วพรุ่งนี้มาตอบ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    2
 
3 ส

ติดตามครับ

OK

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    3
 
Chow

บ้างเป็นกระท่อมปลายนาอยู่ตามลำพัง ใกล้กันนั้นคือลอมฟาง

ลอมฟาง....

คืออะไร.....

ต้องขออภัยเรียนถามท่านมังกรดำ...สักนิดนะขอรับ

เขียนได้ดีครับ...

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    2
 
619

ลอมฟางแบบนี้ครับ  เอามาอบไก่ได้ครับแต่อย่าทำใกล้กองฟางละสะเก็ตไฟไปถูกไหม้ทั้งกองเลยนะ

 

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    1
 
Chow

ลอม=กอง.....ใช่มั้ยครับท่านเดฟ....

.....21

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    4
 
อุลต้าแมว

1000 กม. คงต้องเลยชุมทางหาดใหญ่ ไปแถวๆโคกโพธิ์ ปัตตานี หรือไม่ก็ปลายทางชายแดนที่

สุไหง โกลก ละครับ...14

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
อุลต้าแมว

ภาพประกอบ..

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
บีเว่อร์

สถาณีสุไหงโกลก โลดครับพี่มังกรดำ

ภาพของคุณอุลต้าแมวสวยยยย

14

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    2
 
The Kingdom

ด้วยความเคารพครับ ไม่ได้จะจับผิดอะไรนะครับ

หากปลายทางเป็นสุไหงโกลก อาจต้องปรับเวลาเดินทางใหม่ เพราะขบวนรถไปโกลกมีเที่ยว บ่ายโมง (รถเร็ว) กับบ่าย 3.10 (ด่วนพิเศษ) ไม่มีเที่ยวจากหัวลำโพงเช้ามืด ผมประมาณว่ารถเร็วบ่ายโมงน่าจะไปย่ำค่ำในเขตจังหวัดประจวบ

แถวนี้ข้างทางมีทัศนียภาพเป็นอย่างไรเมื่อมองจากขบวนรถไฟออกไป เห็นอย่างที่บรรยายไหม

จินตนาการกับ fact หากมันลงตัวแล้ว มันคือ ความยิ่งใหญ่ครับ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1
 
The Kingdom

ต่ออีกนิดครับ หากมีลมพรูเข้ามายามอาทิตย์ตกไป ขบานรถไฟก็น่าจะวิ่งไม่ห่างจากทะเลมาก มีลมทะเลพัดเข้ามาคลายร้อนได้

นั่งรถไฟ มันมีลมพัดเข้ามาตลอดขณะรถไฟวิ่ง ที่ว่าร้อนระอุมันเหมือนเราเดินกลางทุ่งท่ามกลางเปลวแดด ที่ความร้อนมันแผ่ไปทั่วบริเวณใกล้เคียงกัน หรืออยู่ในห้องปิด บนขบวนรถไฟที่มีลมร้อนพัดผ่าน น่าจะเป็นร้อนแบบอื่นครับ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
มังกรดำ

ขอแก้ไขช่วงเวลาใหม่ครับ

ตามนี้

===================

มื่อความมืดแห่งรัตติกาลปกคลุมไปทั่ว จนไม่อาจเห็นสิ่งใดได้นอกจากเงาทะมึนทึบ และลมกระโชกเย็นมากขึ้นจนรู้สึกเริ่มหนาว เขาเบี่ยงตัวกลับออกมาจากหน้าต่าง เอนหลังพิงพนักที่นั่งในท่ากึ่งนั่งกึ่งทอดตัวเหยียดขายาว แต่พอนึกได้ว่าตรงกันข้ามมีผู้อื่นนั่งอยู่จึงยิ้มให้อีกฝ่ายแบบกระดากเชิงขอโทษ พร้อมกับชักขากลับมานั่งให้สำรวมมากขึ้น

“ขอโทษครับ” เขาเอ่ยปาก

“ไม่เป็นไร เหยียดขาได้ นั่งมานานๆ หลายชั่วโมงอย่างนี้ไม่เมื่อยก็ไม่ใช่แล้ว” 

“ขอบคุณครับ”

แปลกที่ว่า ทั้งสองคนแม้จะเป็นผู้โดยสารซึ่งขึ้นรถไฟมาด้วยกันตั้งแต่สถานีหัวลำโพงตลอดช่วงบ่ายจนป่านนี้ แต่มิได้ปริปากสนทนาอันใดกันมากนัก นอกจากกล่าวทักทายกันบ้างสองสามคำ ชายวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้า เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วนอกจากหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาอ่าน ก็จะพิงหลังหลับตาเหมือนจะหลับจริงจังยาวเป็นครึ่งค่อนชั่วโมง ส่วนเขาเองเล่าก็กำลังอยู่ในภวังค์และอารมณ์ซึ่งตกตะกอนด้วยความเหนื่อยอ่อนระโหยและเศร้าโศกเนื่องจากความสูญเสียที่เพิ่งได้รับมาเมื่อสองวันก่อนยังมิได้จางหายหรือลดลงแม้แต่น้อย จึงอยากอยู่แบบเงียบๆ ไม่ต้องการพูดกับใคร ปล่อยให้ใจลอยล่องไปถึงเรื่องราวย้อนหลังในครั้งนั้น.....

“ลงสถานีไหนหรือครับ ?” ชายผู้นั้นเริ่มบทสนทนากลายๆ

“อืม…” เขาพึมพำในลำคอเบาๆ ด้วยตัวเองยังตัดสินใจไม่ได้ นึกไม่ออกว่ากำลังจะไปที่ไหน ตั๋วรถไฟนั้นซื้อเอาไว้สถานีสุดชายแดนปักษ์ใต้ แต่ที่นั่นไม่ใช่เป้าหมายที่ปลงใจไว้ ตลอดรายทางที่ผ่านมาแต่ละสถานีมีบางสถานีที่เขาคิดจะคว้าเป้ใบเดียวที่นำติดตัวมาลงจากขบวนรถ แต่แล้วก็ห้ามตัวเองไว้ ด้วยใจลึกข้างในบอกว่ายังไม่ไกลพอ ต้องไปให้ไกลกว่านี้ ..... ไปให้ไกลที่สุด ..... ไปให้ไกลจากความเจ็บปวด ....

ชายวัยกลางคนเอียงคอมองแบบสงสัยอยู่บ้าง เข้าใจเอาเองว่าคงพูดเบากระทั่งเสียงล้อบดรางรถไฟดังกลบจนเขาไม่ได้ยิน จึงเอ่ยถามซ้ำ “จะไปไหนครับ”

“ไม่รู้.....” เขาเผลอพึมพำออกมาเบาๆ คู่สนทนาหรี่ตามองอย่างสนเท่ห์แล้วก็เงียบไปด้วยรักษามารยาทที่ไม่น่าเซ้าซี้กับผู้ร่วมเดินทางแปลกหน้าซึ่งมิเคยรู้จัก

………………..

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
มังกรดำ

ขอบคุณ คุณ The Kingdom

ผมจะปรับเวลาอีกที

ส่วนเรื่องสิ่งที่เห็นจากหน้าต่างรถไฟเป็นจินตนาการให้บทเขียน จากประสบการณ์ที่เคยผ่านตามา

.

แต่ทึ่งตรงที่คุณโฟกัสไปที่ ประจวบ ใจหนึ่งก็อยากลงสถานีจังหวัดแถวนั้น ชุมพร ประจวบ

แต่มันพะวักพะวนใจอยู่ ......

(หากไปลงสุราษฏร์ ตัวละครที่ตามมาในต่อๆ ไป อาจต้องมี เทือก)

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    6
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    1
 
The Kingdom

ผมดึงเอาจากความทรงจำเมื่อหลายสิบปีก่อนหรืออาจจะยี่สิบกว่าปีแล้วก็ได้ครับ ผมคล้าย ๆ ว่าจะมองเห็นทะเลจากหน้าต่างรถไฟตอนใกล้ ๆ มืด แถวนั้นน่าจะเป็นแถว ๆ ประจวบมัง เพราะประจวบเป็นจังหวัดที่ยาวมาก ๆ วิ่งกว่าจะพ้นได้นี่นานจริง ๆ

บางคนเขาเคยเขียนว่านั่งรถไฟไปสว่างแถว ๆ ทุ่งสง แต่ผมไม่ทราบว่าขบวนนี้ออกจากหัวลำโพงเวลาไหน

ตอนนั่งรถไฟขึ้นเหนือ ผมเคยมีอารมณ์คล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกัน คือ อยากลงสถานีที่ไม่มีชื่อ แต่ดูแล้วแถวนั้นสวยมาก

ได้แต่คิด เพราะไม่รู้จะไปต่อยังไงจนถึงสุดทางที่เชียงใหม่

เดี๋ยวนี้อยู่แต่กับบ้านครับ อย่างมากก็เดินจากบ้านไปร้านหนังสือรัศมีไม่เกิน 2 กิโล 09

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    4
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    5
  • โกรธ
    3
 
The Kingdom

อาจจะแถว ๆ นี้มังครับ จำไม่ค่อยได้

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    8
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    2
 
The Kingdom

มันมีคำพูดปลุกขวัญสำหรับนักเดินทาง (ผู้ชาย) อยู่ว่า

บุรุษผู้กลับมาจากการเดินทาง เขาจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป

มิน่า ใครที่มีเมียแล้ว เมียเลยไม่อยากให้ไปไหน (คนเดียว)

กลัวจะไม่เหมือนเดิม 09

  • หลงรัก
    5
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    4
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
มังกรดำ

งั้นผมก็เปลี่ยนไปตลอดชีวิตเลย

เดินทางบ่อยมาก

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    2
 
มังกรดำ

ต่อครับ

=====

ปีนั้น .... พ.ศ. 2512  

“ครูอยู่ไหมครับ ?” 

เด็กสาวผมยาวประบ่าที่นั่งหันหลังให้กับประตูเหมือนไม่ได้ยินเสียงถามนั้น ยังคงง่วนอยู่กับพิมพ์ดีดรัวเป็นข้าวตอกแตก เมื่อเธอขยับมือจะปัดแคร่พิมพ์ดีดอีกครั้งเพื่อขึ้นย่อหน้าใหม่ เขาเดินใกล้ขึ้นไปอีกนิด ถามซ้ำคำถามเดิม เด็กสาวหันมาตอบสั้นๆ “ไม่อยู่ค่ะ เดี๋ยวกลับ...” แล้วก็ก้มหน้าเคาะแป้นพิมพ์ดีดต่อไป โดยไม่สนใจผู้ที่เดินเข้ามา 

เขายืนยังเล เก้ๆ กังๆ ด้วยอาการประหม่านิดหน่อย ถอนหายใจแก้เขิน เพราะเจตนาที่เดินเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้มาหาคนอื่น ก่อนหน้านี้เขาขับมอเตอร์ไซค์เพื่อไปตลาด ก่อนจะถึงตลาดแค่ไม่กี่เมตรเขาบิดมือเร่งเครื่องนิดหน่อยเนื่องจากเริ่มมีเม็ดปรอยฝนเล็กๆ มีเค้าว่าน่าจะตกหนักในอีกไม่ช้า ขณะที่กำลังแซงรถจักรยานคันข้างหน้าสายตาสะดุดกับเจ้าของรถจักรยานคั้นนั้นที่กำลังเร่งปั่นล้อเพื่อหนีฝนเช่นกัน ลมกรรโชกแรงจนเส้นผมยาวสลวยพริ้วไปตามลม  

เพียงแว่บเดียวที่หันไปเห็นหน้าเธอขณะกำลังแซง .... โลกทั้งโลกราวจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ !

โอ...ช่างเหมือนกับกามนิตหนุ่มที่รำพึงถึงเมื่อเล่าความเรื่องราวหนหลังให้พระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งทรงประทับสดับอยู่ ณ บ้านของกุมภการ ผู้มีอาชีพปั้นหม้อว่า เมื่อได้เห็นหน้านางวาสิฏฐีในครั้งแรกในสนามเดาะคลีนั้น ราวกับว่าโลกจะหยุดไปในทันที !

“เพียงพิศตะลึงงัน  หลั่นหล้าลงจ่อมจม

คลื่นสมุทรเคยระงม  พลันสงัดสงบเสียง

นภากระจ่างแจ้ง  กลับสิ้นแสงหมายประเดียง

สกุณาร่อนเรียงเรียง  หลงกลับรังว่าค่ำคืน”

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    2
 
มังกรดำ

….เขาชะลอรถเข้าข้างทาง เพื่อให้รถจักรยานคันนั้นแซงขึ้นไปแล้วขับตามไปในระยะที่ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต สักประเดี๋ยวเดียวเด็กสาวเบี่ยงรถจักรยานชิดริมฟุตบาทก่อนจะจูงขึ้นไปจอดที่หน้าห้องแถวประตูไม้ซึ่งมีป้ายแผ่นขนาดไม่ใหญ่นัก มีข้อความบอกว่าเป็นโรงเรียนสอนพิมพ์ดีด เมื่อเหลียวหันมาดูเห็นว่าเธอเดินเข้าไปในห้องนั้นนั่นเอง ... 

หัวใจที่กำลังเต้นระรัวระส่ำประสาเด็กหนุ่มสั่งให้มือผ่อนคันเร่ง ใจนั้นร่ำๆ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยทำความรู้จัก มิเช่นนั้นโลกที่กำลังหยุดหมุนอยู่นั้นน่าจะต้องหยุดหมุนอีกตลอดไปเป็นแน่ . . .

แล้วฝนพรำก็เปลี่ยนเป็นโปรยหนาเม็ดขึ้น แต่ละอองหยาดน้ำฝนมิได้ดับให้ใจที่ร้อนรุ่มกระวนกระวายลงไปได้เลยแม้เพียงน้อย ทั้งเหมือนมิได้รู้สึกตัวว่าฝนที่ตกลงมานั้นเริ่มทำให้เปียกปอนมากขึ้น และรอยประทับพิมพ์ประพายใบหน้าราวเป็นวงเดือนนั้นเล่าทำให้มีอาการดั่งฟ้าแลบแปลบแปล๊บ จนมิอาจฝืนขับรถต่อไปอีกได้ 

และนั่นคือสาเหตุจากความปรารถนาอันร้อนรุ่มในหัวใจที่สั่งให้ขาทั้งสองข้างก้าวเข้ามาในห้องโรงเรียนสอนพิมพ์ดีดแห่งนี้

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    3
 
มังกรดำ

“คือ..เอ้อ.. คือ คือว่า ผมจะมาสมัครเรียนพิมพ์ดีดครับ”

เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้งเบาๆ ด้วยความประหม่า“คะ ?” เด็กสาวผินหน้ามาเพียงนิดเดียว เหมือนได้ยินไม่ถนัด

“ผมมาสมัครเรียนพิมพ์ดีดครับ”

“อ๋อ ค่ะ รอแป๊บนะคะ ครูออกไปซื้อของใกล้ๆ ไม่นาน”

ตอบแล้วเธอก็หันไปสนใจกับแป้นพิมพ์ดีดอีกครั้ง เขาชะเง้อมองข้ามไหล่และผมสลวยยาวเคลียบ่าไปที่นิ้วขาวกลมกลึงเหมือนลำเทียนของมือสองข้างนั้น ดูเหมือนว่าเพราะการจรดจ้องมองอยู่เช่นนั้นเป็นการส่งกระแสจิตให้คล้ายกับรู้ตัวว่ามีคนจ้องมองดูอยู่ เธอเอี้ยวตัวหันกลับมาครั้งนี้เขาได้เห็นใบหน้าเธอเต็มๆ ยิ่งทำให้ความประหม่ากลับมาออกอาการมากขึ้นเมื่อได้สบสายตากับดวงตากลมโตดำขลับอย่างตื่นตลึง 

“นั่งรอก่อนสิคะ”  น้ำเสียงเธอเบาลง มีท่าทีเขินอายเพราะเริ่มรู้ว่ากำลังถูกแอบมอง

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    3
 
มังกรดำ

“คือ ผมชื่อ ตฤณ”

เสียงหัวเราะกุ๊กกิ๊กสดใสราวเสียงมุกกระทบหยกตามมาเบาๆ ยิ่งทำให้เขาเขินหนักมากขึ้น  

“เอาไว้บอกชื่อกับครูนะ เราเป็นคนมาเรียนพิมพ์ดีดเหมือนกัน”

“เอ้อ ครับ ๆ” 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    0
 
มังกรดำ

เริ่มต้นเขียนไป แก้ไขพล็อตเรื่องไป

วันนี้ได้บทสรุปพล็อตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

กับฉากจบ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    0
 
มังกรดำ

ตัวเดินเรื่อง ชือ ตฤณ กับ พิมพ์พลอย

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    1